Chania เรื่องล่าสุด : โอกาสการเข้าสู่ตลาดธุรกิจการศึกษาในประเทศกัมพูชา

คุยกับบรรณาธิการ

สิบตรี สมบัติ บัญชาเมฆ เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โด่งดังไปทั่วทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในนาม“บัวขาว บัญชาเมฆ” บัวขาวมีเวทีมวยเป็นของตนเองสำหรับฝึกซ้อม และบัวขาวก็ใช้เวทีมวยที่โปรโมเตอร์ หรือผู้จัดมวยกำหนดในการชกเพื่อแข่งขันชิงชัยกับคู่ต่อสู้ ถ้าไม่มีเวที บัวขาวก็คงไม่เป็นที่รู้จัก บัวขาวก็อาจจะเป็นเพียงคนเลี้ยงช้าง เป็นคนทอดแห เป็นหนุ่มบ้านนอกธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสเดินชูพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงบนเวทีในยามที่เขาเอาชนะคู่ต่อสู้ ....ดังนั้น ไม่ว่านักมวยอย่างคุณบัวขาว นักแสดงลิเกอย่างคุณไชยา มิตรชัย นักร้องอย่างวง BNK 48 นักดนตรีอย่างคุณเสก โลโซ ...ถ้าไม่มี “เวที” เป็นสถานที่สำหรับแสดงความสามารถ ไฉนเลยโลกจะรับรู้ได้ว่าพวกเขาคือใคร ทำอะไร น่าสนใจอย่างไร และมีประโยชน์ หรือส่งผลกระทบต่องานหรือการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างไร

สคบศ. หรือที่เรียกชื่อยาวๆ ว่า “สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา” (กำลังขอเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิมที่ดีอยู่แล้ว คือ “สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา”) มีคนทำงานอยู่ราว ๆ 80 คน แบ่งเป็นครูบาอาจารย์ส่วนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่ง งานหลักๆ ที่สถาบันแห่งนี้ทำ คืองานฝึกอบรมผู้บริหาร ผู้นำ และครูในหลักสูตรต่างๆ หากนับถึงปีนี้ คือปี 2561 สถาบันมีอายุ 39 ปีแล้ว ซึ่งถ้าเปรียบกับมนุษย์ก็ถือว่าอยู่ในวัยทำงานที่มีประสบการณ์พอสมควร

อันที่จริงแล้ว สถาบันแห่งนี้เคยมีการจัดพิมพ์วารสารอยู่ระยะหนึ่ง แต่เน้นไปในด้านการประชาสัมพันธ์ข่าวสารการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ปีหนึ่งออกอยู่ 2 ฉบับ พอคนเป็นบรรณาธิการเกษียณไป   การสานต่อก็สะดุดลง

สถาบัน นอกจากจะมีภาพลักษณ์ในเชิงของการเป็นแหล่งรวมความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่ผ่านเข้ามาอบรม เช่น การบริหารจัดการ การเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบุคลิกภาพ ฯลฯ ยังมีข้อเท็จจริงอยู่เช่นกันว่า สถาบันมี “วิทยากร” ทั้งที่เชิญมาจากหน่วยงานภายนอก และเป็นบุคลากรของเราเอง นอกจากนี้ สถาบันยังมี “ผู้จัดฝึกอบรม” ในแต่ละหลักสูตร คนสองกลุ่มนี้ มีความเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้ แต่สถาบันยังไม่มี “เวที” ให้แสดงภูมิปัญญาในแง่ของการขีดเขียน

ปีงบประมาณ 2560 ผมรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการ มองเห็นศักยภาพของสถาบันอยู่สามส่วน คือ ส่วนแรก เรามีองค์ความรู้ ส่วนที่สองเรามีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที และส่วนที่สามเรามีบุคลากรที่ชำนาญในเรื่องอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ผมจึงผสานจุดแข็งทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันจนเกิดวารสารชื่อนี้ลิงค์นี้ขึ้นมา

ในระยะแรกเริ่มของการก่อเกิด ผมไม่หวังจะเห็นความเป็นมาตรฐานสูง หรือมาตรฐานเดียวกัน แต่ผมกลับอยากเห็นความแตกต่างหลากหลายในสไตล์การเขียน และรูปแบบการอ้างอิง ใครไม่มันใจในการเขียน เราจัดฝึกอบรมให้ เขียนเสร็จแล้ว เราหาคนอ่านและแนะนำการแก้ไขให้ บทความจะดีจะแย่อย่างไรไม่ใช่เป้าหมาย ไม่ใช่ตัวชี้ที่จะต้องรีบกระวีกระวาดวัด เพราะมันคือก้าวแรกของคนสถาบันที่ไม่เหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ต่างอย่างไรผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น...

ในสถาบันมีนักพัสดุ เขาก็เขียนบทความเกี่ยวกับพัสดุ เพราะเป็นวิชาชีพของเขา เขารู้ดีกว่าเรื่องอื่น เพราะเรียนและอบรมมา และทำอยู่ทุกวัน

เราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ว่า คนเขียนบทความต้องเป็นวิทยากร หรือเป็นนักวิชาการเท่านั้น นักเงินเขียนเรื่องเงิน นักโสตเขียนเรื่องโสต นักบรรยายเขียนเรื่องที่ตนบรรยาย นักจัดอบรม เขียนเรื่องหลักสูตรที่ตนจัด นักวิจัย เขียนเรื่องที่วิจัย เป็นต้น...

ผมมองความสมบูรณ์แบบว่าเป็นวิวัฒนาการ ไม่ใช่การก้าวกระโดด ปี 2560-2561 เป็นปีแห่งการเริ่มต้น อีก 5-10 ปีข้างหน้าเราอาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นความเจริญงอกงามทางปัญญา มีความเติบโตของจำนวนบทความ และมีมาตรฐานที่ได้จากการหล่อหลอมและขัดเกลา 

สำหรับคนเขียน ผมขอให้กำลังใจนักเขียนบทความมือใหม่ทุกคน ขอให้ใช้ “เวที” นี้ในการสร้างตนเองในทางวิชาการ

สำหรับคนอ่านที่จรมา หรือตั้งใจมาก็ตาม ผมขอบคุณที่ท่านมีส่วนทำให้ “ยอดวิว” หรือจำนวนผู้อ่านขยับขึ้น และหวังว่าท่านจะได้ประโยชน์ตามสมควรแก่เหตุ

ขอบคุณและสวัสดี

ดร. ประสิทธิ์ เขียวศรี ผู้อำนวยการ สคบศ. 2018-05-11 16:17:01

Copyright © nidtep 2018